หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ จังหวัดเชียงใหม่-Hot News Daily

กู้ภัยเปิดใจ ถึงพยาบาล ทำกับคนไข้

จากเหตุการณ์ที่ทางผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ หลังเจ้าตัวนำผู้ป่วยที่มีอาการ ล ม ชั ก ส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีญาติผู้ป่วยมาด้วย ปรากฏว่าหนุ่มกู้ภัยผู้โพสต์เกิด มี ป า ก เ สี ย งกับเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน เรื่องการ ซั ก ประวัติผู้ป่วยมาไม่ครบถ้วน ในคลิปบางช่วงบางตอนจะได้ยินเสียงของทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว โดยมีผู้ป่วยชายนอนรอการรักษาอยู่

เมื่อวันที่ 21สิงหาคม เฟสบุ๊ค Ton Pongpiboonได้โพสต์คลิประบุข้อความว่า เมื่อเวลา 23:00 น. ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วย เป็น ล ม ชั ก ย่ า น ศรีนครินทร์ เมื่อไถึงที่เกิดเหตุได้ทำการซั กประวัติผู้ป่วยและประวัติ PUI เบื้องต้นทราบแค่ว่า ผู้ป่วยมี โ-ร-ค ประจำตัวเป็น ห อ บ และ ความ ดั น เนื่องจาก ย า ที่ใช้หมดอาการจึงกำเริบ จึงได้นำผู้ป่วยส่งรพ.สิรินธร

ถามหาญาติคนป่วย แต่ญาติยังไม่มา

พอไปถึงเจ้าหน้าในคลิปได้มาทำการ ซั ก ประวัติคนไข้และสอบถามผม แต่ผมรู้ข้างต้นเพราะคนไข้ถามตอบไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงได้ประวัติไม่ครบ เจ้าหน้าได้ทำการแจ้งผมว่าให้ขยับตัวคนไข้ขึ้นมานอนท่าปกติ แต่ผมอยู่คนเดียว คนขับได้นำรถไปจอดอยู่ จึงบอกเจ้าหน้าที่ให้ช่วยขยับ เจ้าหน้าบอกว่า เอามาส่งก็ต้องขยับได้ ผมทำไม่ไหวจึงบอกคนไข้ให้ช่วยขยับตัวหน่อยคับ คนไข้พยายามขยับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เดินมาด้านหัวเตียงและนำเ ท้ ายันหัวเ ตี ย ง และ ช า ก คนไข้ หลังจากนั้นหน้าเจ้าที่ก็ โ ว ย วาย ใส่ผม

ผู้เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือคนไข้เบื้องต้นและนำส่งให้ถึงมือหมอเร็วที่สุดเพื่อให้คนไข้ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ไม่เคยมีจรรย า บรรและหลักการทำงานเลยกับที่นี้เลย ไม่ใช่ครั้งแรกยังมีอีกหลายครั้ง ถ้าเป็นญาติเจ้าหน้าที่จะรู้สึกยังไง

ขอบคุณ Ton Pongpiboon

ขณะที่ทีมข่าวได้มีโอกาสเดินทางไปยังโรงพยาบาล ย่านซอยอ่อนนุช 90 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล ชี้แจงเบื้องต้นเพียงว่า ตอนนี้ทางผู้บริหารของโรงพยาบาลอยู่ช่วงช่วงการสืบสวนข้อเท็จจริงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

วันที่ 21 ส.ค. 64 นายพงษ์พิบูลย์ วิบูลย์ปิ่น อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.ประเวศ บุคคลที่ถ่ายคลิป เล่าเหตุการณ์ว่า ส่วนตัวได้รับเเจ้งช่วงประมาณ 23.00 น. ให้เดินทางไปรับผู้ป่วยลมชัก อายุประมาณ 40 ปี ย่านศรีนครินทร์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ป่ว ย นอน ชั ก เ ก ร็ ง ตนเองและเจ้าหน้าที่อีกรายพยายาม ซั ก ประวัติตามขั้นตอนการปฎิบัติแล้ว แต่กลับไม่ได้ข้อมูล ทราบแค่ โ ร ค ประจำตัว ล ม ชั ก และหอบ ไม่ทราบชื่อและข้อมูลบัตรประชาชน เลยติดต่อญาติของผู้ป่วย ทางปลายสายก็บอกให้นำส่งโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวทางญาติจะตามไป ตนจึงนำส่งโรงพยาบาล กลับพบพฤติกรรมของบุคลากรทางการแพทย์ตามในคลิปที่ตนได้ ถ่ า ย ไว้ ย

อมรับว่าส่วนตัวไม่ได้ไม่ ซั ก ประวัติ แต่ทางผู้ ป่ ว ย เองอาการ ค่ อ น ข้างหนัก เลยต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ในส่วนของโรงพยาบาลดังกล่าวเองตนเจอแบบนี้ทาหลายครั้งแล้ว ที่ทางกู้ภัยต้องเข็นเปลผู้ป่วยเอง ตลอดจนบางครั้งเจ้าหน้าที่ยังวานให้เดินเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลให้ ซึ่งคือหน้าที่ของทีมบุคลากรทางการแพทย์ แต่ด้วยคนป่วยสำคัญกว่าอื่นใด ตนก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่เหตุการณ์นี้มองค่อนข้างเกินกว่าเหตุ หนำซ้ำยังมีการ กระ ช า ก แขนคน ป่ ว ย ด้วย ตนเห็นแล้วรับไม่ได้

ด้านนายยุทธศักดิ์ สายพัฒน์ หัวหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รับผิดชอบเขตพื้นที่ สน.ประเวศ ผู้บังคับบัญชาของกู้ชีพในคลิป เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รับรายงานมาตั้งแต่ช่วงเเรกแล้ว ตนก็พอคาดเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ว่าเป็นอย่างไร ยืนยันว่าหลักการทางการกู้ภัยของหน่วยงานนั้นเป็นไปตามหลักการณ์ และหลักสูตรา มีการซั ก ประวัติเบื้องต้นทุกเคส ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล

โดยเคสเมื่อคืน มงานของตนได้รายงานว่ามีการซักประวัติแล้ว แต่คนที่ซั กประวัตินั้นเป็นคนละคนกับคนที่นำผู้ป่วยไปส่ง เพราะเขาติดที่ต้องขับรถวนไปจอดก่อน เลยให้น้องคนในคลิปนำส่งเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อประเมินอาการเบื้องต้น ซึ่งน้องคนในคลิปก็ได้รายงานตนมาว่าได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่แพทย์แล้ว ว่าทางญาติและคนที่ซักประวัติกำลังขึ้นมา อีกมุมคือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก แต่โรงพยาบาลดังกล่าวเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่กับมูลนิธิของตนเท่านั้น แต่เป็นเกือบทุกกู้ชีพ ที่พอนำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่กลับไม่อำนวยความสะดวก หนำซ้ำบางทีเจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องเข็นเปลผู้ป่วยเองทุกอย่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นปัญหายืดเยื้อ เพราะตนเองเคยมีข้อพิพาทกับทางโรงพยาบาลในอดีต ตอนนี้นมีการเรียกไปพูดคุยเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทางโรงพยาบาลเองก็พร้อมปรับปรุง เพื่อให้การทำงานได้ไหลลื่นทั้ง 2 ฝ่าย ตอนนี้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่หรือเปล่า แต่ครั้งนี้มองว่าไม่จำเป็นต้องเรียกไปคุย ขอแค่ให้เจ้าหน้าที่ยึดจรรย าบรรณของการเป็นแพทย์ก็พอ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วย หากยึดหลักแค่นี้ ทุกอย่างก็คงดี

คลิป

ขอบคุณ คลิปและภาพข่าวจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์ทีวี 34

Related Articles

Back to top button