หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ จังหวัดเชียงใหม่-Hot News Daily

สามารถ หย่าคนรักเก่า

จากกรณี น.ส.วลัยทิพย์ ภพธีรธรรม หรือ “หญิง” อดีตภรรย าคนที่ 2 ที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของนักมวยรุ่นใหญ่ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” เพื่อให้ศา ลตัดสินเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรส

และเคลียร์ภาระหนี้สินหลังจากการหย่า เบื้องต้น จากการให้ข้อมูลของ น.ส.วลัยทิพย์ ทำให้ทราบว่า น.ส.วลัยทิพย์ จดทะเบียนสมรสกินอยู่กับ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” มาร่วม 10 ปี

ทว่าเมื่อปลายปี 2556 ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ และแยกกันอยู่ในปี 57-58 แต่ยังคงทำธุรกิจด้วยกัน เพราะมีภ าระหนี้สินร่วมกันคือ ค่ายมวยและบ้านย่านสายไหมอีก 2 หลัง

แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากันในวันที่ 13 มกราคม 2560 สาเหตุของการฟ้ อ งร้องแบ่งสินสมรสในครั้งนี้ น.ส.วลัยทิพย์ ให้เหตุผลว่า “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” กลับคำในการแบ่งทรัพย์สิน

และไม่ยอมขายค่ายมวย เพื่อมาใช้หนี้ที่เป็นการกู้ร่วมกัน กู้สร้างบ้านและค่ายมวย และมีการท้าทายให้ฟ้ อ งร้ อ งหากอยากได้เงิน โดย “หญิง วลัยทิพย์” บอกกับสื่อว่าตัวเองมีหลักฐานและคลิ ปเสียงทุกอย่าง

ทั้งนี้ “หญิง วลัยทิพย์” ยังบอกกับสื่ออีกว่าคดีนี้เป็นการฟ้ อ งร้องกันตั้งแต่ปี 2560 โดยเธอได้เดินทางมาศาลตลอด แต่ฝ่าย “สามารถ” ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงส่งทนายมาเท่านั้น

ที่ผ่านมามีการนัดไกล่เกลี่ยกัน 3-4 ครั้ง แต่ไม่เป็นผล ถึงจะให้ผู้ใหญ่เข้าไปช่วยเจรจาก็ไม่เป็นผล เพราะ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” อ้างแต่ว่าไม่มีเงิน ซึ่งในวันนี้ 21 สิงหาคม 2562 ก่อนที่ “หญิง วลัยทิพย์”

จะเข้าไปยังห้องพิจารณาค ดี เจ้าตัวพร้อมทนายความ ธงวัช วราสุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้ตนจะได้เจอกับฝ่ายชายเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพราะศาลนัดให้มาสืบพยาน ตนไม่มั่นใจตัวเลขหนี้สินที่แน่ชัด

เพราะยังไม่ได้เช็คตัวเลขล่าสุด แต่เป็นหนี้สิ นที่กู้มาสร้างบ้าน 2 หลัง ย่านสายไหมและกู้มาทำค่ายมวยร่วมกัน ซึ่งการกู้หนี้เป็นชื่อร่วมกันตั้งแต่แรก และสร้างทุกอย่างมาด้วยกันตั้งแต่ยังเป็นพื้นดินเปล่า

“หญิง วลัยทิพย์” ยังบอกอีกว่า คนเลิกกันแล้ว ก็ควรจะเคลียร์กันทุกอย่าง อย่างชื่อหนี้ที่กู้ร่วมกัน เพราะหย่ ากันแล้ว ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ชดใช้หนี้ จะทำให้เดือดร้อนทั้ง 2 ฝ่าย

ซึ่งตอนนี้ต่างฝ่ายต่างใช้หนี้กันคนละทาง และทางทนายของสามารถบอกแต่เพียงว่า “สามารถ” ไม่มีเงิน ให้เงินได้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น แล้วให้ไปแต่ตัว ตนมองว่ารักกันอยู่ด้วยกันสร้างทรัพย์สินด้วยกันมา

เลิกกันก็ควรจะได้สิ่งที่ควรจะได้ บ้าน 2 หลัง ในรั้วเดียวกันย่านสายไหมบนพื้นที่ 2 ไร่ ตนก็ขอแบ่งคนละหลัง ส่วนหนี้สินถ้าไม่มีเงินก็ขายค่ายมวยใช้หนี้ให้จบ ตนไม่ได้เรียกร้องอะไรมากกว่านี้

ตนพยายามจะเจรจามาตลอดระยะเวลา 2 ปี แต่โทรหาก็ไม่รับ อยู่บ้านในรั้วเดียวกัน คนละหลัง ก็ไม่มีโอกาสได้คุยกัน เพราะ “สามารถ” คอยหลบหน้าตลอด ด้านทนายธงวัช วราสุวรรณ เผยว่า วันนี้เป็นฟ้ องร้ องเพื่อให้แบ่งทรัพย์สินตามสิทธิ์

โดยหลังจากที่โจทก์ได้ฟ้องร้ องดำเนิ น ค ดี ทาง “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” ได้ฟ้องกลับโจทก์เกี่ยวกับที่ดินจังหวัดขอนแก่น จำนวน 1 ไร่ ว่าให้แบ่งเป็นสินสมรส 30 % โดยทนายธงวัชแย้งว่าที่ดินนี้เป็นที่ดินส่วนตัวของคุณแม่โจทก์

ตนมองว่าเป็นลักษณะฟ้องซ้ อน ซึ่งต้องพิสูจน์กันที่ศาลต่อไป (ค ดีย่อยนี้คาดว่าจะตัดสินเสร็จเที่ยงวันนี้) ความรักพอมันเป็นแบบนี้แล้วรู้สึกยังไง มันต้องเ  สี ยใจอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าหญิงข้ามจุดนั้นมาแล้ว

หญิงอยากให้พี่สามารถเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปฟังใครมาก ตอนเรารักกัน เราก็รักกันมา 10 ปี วันที่อยากได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แต่วันที่จากลามาทำแบบนี้มันไม่ใช่ค่ะ มันต้องคุยกัน”

Related Articles

Back to top button